บทความโดย Fog


1. On the Backs of Angels
2. Build Me Up, Break Me Down
3. Lost Not Forgotten
4. This is the Life
5. Bridges in the Sky
6. Outcry
7. Far from Heaven
8. Breaking All Illusions
9. Beneath the Surface

ช่วงปีสองปีมานี้ Dream Theater ก็ยังคงขยันเดินสายออกงานอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่แล้วทุกสิ่งก็มาหยุดชะงักลงเพราะเฮียพอร์ตนอยได้ลาออกจากวงไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ หรือเอาง่ายๆก็คืองอนเพื่อนนั่นเอง เหตุเนื่องจากพี่แกไปขอให้เพื่อนๆพักวงสักห้าปีแล้วค่อยกลับมาใหม่ แต่สมาชิกที่เหลือไม่เห็นด้วยและยังจะทำงานต่อไป สุดท้ายเฮียแกเลยจำต้องออกจากวงไปเสียเอง ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็แลจะช็อคทั้งแฟนๆทั้งตัววงเองอยู่มากพอสมควร แต่ทางวงก็ต้องเดินหน้าต่อไปด้วยการออดิชั่นมือกลอง โดยพวกเขาได้ทำคลิปสารคดีติดตามการออดิชั่นซึ่งใช้ชื่อว่า The Spirit Carries On (เหมือนชื่อเพลง) ส่วนมือกลองแต่ละคนที่มาร่วมออดิชั่นครั้งนี้ก็มีฝีไม้ลายมือไม่ธรรมดากันทั้งสิ้น ซึ่งแต่ละคนก็พอฟัดพอเหวี่ยงกันน่าดู สุดท้าย ทางวงก็มาลงตัวที่พี่ไมค์ แมนจินี (ต่อไปนี้ผมจะเรียกสั้นๆว่าพี่แมนละกันครับ) ซึ่งพี่แมนแกก็มีประสบการณ์โชกโชนอยู่ไม่น้อย แถมยังเคยเป็นอาจารย์สอนกลองที่วิทยาลัยดนตรีชื่อดังอย่างเบิร์คลีอีกด้วย (พอได้เข้าวงก็ลาออกจาวิทยาลัยทันที เพราะคงจะมีเวลาสอนไม่พอแน่ๆ) และหลังจากพี่แมนเข้ามาได้ช่วงหนึ่ง เฮียพอร์ตนอยก็บ่นอยากกลับเข้าวงอีก (ทำนองว่าสำนึกผิดแล้ว ฮา…) แต่ก็โดนปฏิเสธไปเสีย (ซึ่งก็สมควรละ ทำตัวเองแท้ๆ)

หลังจากได้พี่แมนมาแล้ว ทางวงก็เดินหน้าทำงานใหม่นี้กันทันที รวมถึงปล่อยเพลงมาให้ชิมลางกันด้วย โดยเพลงแรกก็คือ On the Backs of Angels นั้นก็เป็นเพลงเปิดอัลบั้มที่น่าจะพอเรียกน้ำย่อยให้แฟนๆได้บ้าง แต่ผู้เขียนเชื่อว่าแฟนๆบางส่วนอาจจะรู้สึกผิดหวังกับไลน์กลองที่ไม่ค่อยซับซ้อนของพี่แมนเท่าใดนัก และหลังจากนั้นพวกเขาก็ค่อยๆปล่อยเพลงออกมาให้ตื่นเต้นกันถ้วนหน้า จนกระทั่งอัลบั้มเต็มได้หลุดออกมาทางอินเตอร์เน็ตให้ได้ฟังกันแล้วเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง (แต่ก็อย่าลืมซื้อแผ่นแท้กันนะครับ)

อัลบั้มนี้ดูพวกเขาตั้งใจจะลดทอนความดุดันและซับซ้อนลงไปมากพอสมควร (ดั่งที่เราเคยฟังกันสมัยที่เฮียพอร์ตนอยยังอยู่) โดยครั้งนี้พวกเขาแลจะเข้าหาบรรยากาศมากขึ้น แถมเพลงบางส่วนก็ชวนให้นึกถึงอัลบั้มแรกๆอย่าง Awake แต่จะดูสว่างสดใสกว่ามาก และต้องขอแสดงความยินดีกับน้าเมียงด้วยที่ได้ร่วมเขียนเพลงให้กับวงเป็นครั้งแรกในรอบสิบกว่าปีนี้กับเพลง Breaking All Illusions ส่วนฝั่งน้าเจมส์ก็ได้เขียนเพลงช้าซึ้งๆอีกหนึ่งเพลงคือ Far from Heaven ส่วนเรื่องงานดนตรีหลักๆนั้นก็คงต้องให้เฮียเปตรุชชี่กับน้ารูเดสไป ซึ่งน่าจะบอกได้ว่างานนี้ทางวงจะเน้นความเรียบง่ายและลงตัวเป็นหลัก แต่ก็มีโชว์ฝีมือกันให้เห็นพอประมาณ

ภาคดนตรีอาจจะไม่ต้องบรรยายกันมากนักนอกจากรายละเอียดปลีกย่อยนิดๆหน่อยๆ อย่างกีต้าร์ของเฮียเปตรุชชี่ที่สะอาดสะอ้านขึ้นกว่าชุดก่อนๆ และคีย์บอร์ดของน้ารูเดสที่จะเน้นบรรยากาศมากขึ้น และหลังๆมานี้แกใช้เสียงออร์เคสตร้าเข้ามาเสริมบรรยากาศให้ดูมีความอลังการและทรงพลังมากขึ้นอีกด้วย แถมยังมี Gimmick เล็กๆน้อยๆด้วยในช่วงอินโทรของ On the Backs of Angels โดยแกสอดเมโลดี้จาก Morphwiz (เป็นโปรแกรมซินธิไซเซอร์ที่แกmeขึ้นมาใช้กับทั้ง iPhone และ iPad) ส่วนไลน์กลองของพี่แมนนั้นแลจะไม่ค่อยซับซ้อนมากนัก แต่ก็พอมีลูกล่อลูกชนให้ได้ยินกัน ซึ่งจริงๆแล้ว ไลน์กลองทั้งหมดเป็นของเฮียเปตรุชชี่ที่คิดไว้ก่อนแล้วนั่นเอง แล้วพี่แมนที่เพิ่งเข้ามาก็เติมเต็มให้จนเกิดเป็นอัลบั้มใหม่นี้ขึ้นมา

เพลงในชุดนี้ค่อนข้างจะติดหูง่ายอยู่พอสมควร แต่พวกเขาก็ไม่ได้ทิ้งเอกลักษณ์ทางดนตรีโดยรวมไปเลยแม้แต่น้อย โดยผมขอเริ่มจากเพลงโปรเกรสสีฟเมทัลอันเป็นสูตรสำเร็จของวงก่อน กับ On the Backs of Angels ซึ่งจะไม่เน้นสัดส่วนอะไรกันมากนัก แต่ก็ทำให้นึกถึงงานเก่าๆอยู่พอควร ต่อกันกับ Build Me Up, Break Me Down ที่เฮียเปตรุชชี่บอกว่าเป็นเพลงที่ “ตลาด” ที่สุด โดยเพลงนี้มาพร้อมกับท่อนริฟฟ์เท่ห์ๆและท่อนฮุคที่ติดหูง่ายมาก แถมไลน์คีย์บอร์ดที่ใช้เสียงเครื่องสายก็ค่อนข้างโดดเด่นจนน่าขนลุกทีเดียว ส่วน Lost Not Forgotten ก็เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ให้บรรยากาศใกล้เคียงกับงานเก่าๆของวงเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงที่กีต้าร์กับคีย์บอร์ดประสานโซโลกันอย่างดุดัน แต่ทีเด็ดจริงๆอยู่ที่ Outcry โดยช่วงแรกๆจะโผล่มาแบบเพราะๆซึ้งๆ แต่พอมากลางเพลงเท่านั้นละ เล่นกันอย่างบ้าคลั่งทีเดียว แต่เวลาจบที่หวานเชียว เพราะเพลงต่อไปนั้นเป็นเพลงช้าหวานซึ้งสไตล์น้าเจมส์อย่าง Far from Heaven นั่นเอง ซึ่งเพลงนี้ก็เป็นเพลงสั้นๆที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่เปียโนกับร้องนำนุ่มๆ เสริมด้วยเสียงเครื่องสายสักเล็กน้อย ซึ่งเพลงนี้น้าเจมส์ต้องการจะสื่อถึงการยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น และเป็นเหมือนลำนำที่จะไปสู่ Breaking All Illusions ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน ซึ่งเพลงนี้น้าเมียงเขียนได้ไพเราะและความหมายดีทีเดียว และเพลงสุดท้ายเป็นเพลงช้าซึ้งๆอีกเช่นกันกับ Beneath the Surface เป็นเพลงปิดอัลบั้มที่สะอาดมากโดยเฉพาะไลน์กีต้าร์ของเฮียเปตรุชชี่ ซึ่งหลังๆมานี้เราจะไม่ค่อยได้ยินแกเล่นอะไรแบบนี้มากนัก และทำนองโดยรวมก็ไพเราะสวยงามสมกับที่เป็น “Ending Credits”

งานชุดนี้สามารถบอกได้ชัดเจนว่า Dream Theater สามารถทำงานเพลงกันต่อได้โดยไม่มีเฮียพอร์ตนอย ทางด้านพี่แมนจินีเองก็ทำหน้าที่ของตนเองได้ดีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าอาจจะยังไม่ได้ปล่อยของเต็มที่เท่านั้นเอง เนื่องจากไลน์กลองทั้งหมดเป็นของเฮียเปตรุชชี่ แม้ชุดนี้จะลดทอนความดุดันลงไปมาก แต่พวกเขาก็ได้ความเรียบง่ายและลงตัวเข้ามาแทนที่ และการมาของพี่แมนก็ทำให้ทางวงได้เห็นทิศทางดนตรีใหม่ๆอีกด้วย ซึ่งอนาคตก็ต้องดูกันต่อไปละว่าจะเป็นอย่างไรกันต่อ

Rating: 8.75/10
เพลงตัวอย่าง: Bridges in the Sky

บทความโดย Fog