
ปกอัลบั้ม
1. Glass House
2. Go to Hell
3. Rising of the Tide
4. Waving
5. Far Away
6. Dissolving with the Night
7. Blood
8. On the Plane
9. Oxygen
10. Zigota
11. DNA
หลังจากที่ปล่อยให้รอกันมาเสียเนิ่นนาน อัลบั้มแรกของพี่แว่น วิลสันในรอบปีนี้ก็ได้คลอดออกมาแล้ว โดยพี่แกได้กลับมาร่วมงานกับหนุ่มนักร้องหน้าหยกอารมณ์อ่อนไหวอย่างอวิฟ เกฟเฟนอีกครั้งในนามของ Blackfield นี้เอง หลังจากที่ปล่อยให้รอเก้อมาตั้งแต่ต้นปี โดยก่อนหน้านี้ทางวงก็ได้ปล่อยเพลงเปิดอัลบั้มอย่าง Glass House มาให้ชิมลางกันก่อน ซึ่งเท่าที่ผมฟังมาก็ยังคงเส้นคงวาเหมือนเดิมในทุกด้าน เว้นแต่เพลงจะสว่างขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ซึ่งก็น่าจะเดาทิศทางของอัลบั้มกันได้ทันที และอัลบั้มนี้ก็ออกมาเป็นสองฟอร์แม็ตได้แก่ซีดีในกล่องดิจิบุ๊คเรียบหรู และไวนิลที่มีจำนวนจำกัดเพียงสองพันก็อปปี้ ซึ่งหากใครเป็นเป็นคอแผ่นเสียงคงไม่พลาดแน่นอน
เรื่องหน้าที่การแต่งเพลงโดยปกตินั้น พี่แว่นจะมีส่วนร่วมอยู่พอสมควร แต่ในอัลบั้มนี้ การแต่งเพลงทั้งหมดจะมาอยู่ที่อวิฟคนเดียว จะยกเว้นก็แต่ซิงเกิ้ล Waving เพียงเพลงเดียวที่พี่แว่นรับหน้าที่ และแกไม่ค่อยได้ร่วมแต่งเพลงในงานชุดนี้ก็เพราะในขณะเดียวกันแกก็กำลังทำงานเดี่ยวชุดที่สองของตัวเองอยู่ ซึ่งแกก็แง้มๆไว้ใน Facebook แล้วว่าจะเป็นอัลบั้มคู่อย่างแน่นอน และยังเหลืองานคู่หูคู่รักกับไมเคล โอเกอร์เฟลต์ (อันนี้คืออ่านตามภาษาสวีดิชเลยนะฮะ) ณ Opeth ในนาม Storm Corrosion อีกหนึ่ง ซึ่งแกก็เปรยๆไว้ว่าตัวงานจะมีความซับซ้อนแน่ๆ ส่วนปกอัลบั้มก็ยังคงได้นักออกแบบมือเอกอย่างคาร์ล โกลเวอร์ เช่นเดิม โดยได้แรงบันดาลใจมาจากปกอัลบั้ม Somewhere Else ของ Marillion
งานชุดนี้บทบาทกีต้าร์นั้นแลจะลดลงไปเล็กน้อย แต่พี่แว่นกับอวิฟก็ยังคงเล่นเมโลดี้หวานขมออกมาได้ไพเราะเหมือนเดิม แต่บางเพลงก็ยังมีช่วงที่โดดเด่นอยู่บ้างเหมือนกัน อย่าง Go to Hell ซึ่งช่วงท้ายเพลงทั้งคู่จะสร้างกำแพงเสียงขึ้นมาและก็ใส่ลีดหวานๆสอดเข้าไปนิดหน่อย และ Waving ที่น่าจะไลน์กีต้าร์ของพี่แว่นน่าจะเด่นที่สุดแล้ว ทางด้านภาคอะคูสติกก็มีเด่นๆอยู่บ้างเช่นกัน ส่วนเครื่องดนตรีที่เด่นจริงๆนั้นคือคีย์บอร์ดและเปียโน ซึ่งโดยหลักแล้วคีย์บอร์ดจะเป็นส่วนที่สร้างสรรค์ทำนองโดยรวมมากกว่ากีต้าร์เสียอีก และเสียงที่ใช้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเสียงของเครื่องสาย ซึ่งจะทำให้ภาคดนตรีนั้นแลมีความอลังการแบบหวานขมอันเป็นเอกลักษณ์ของวง (แต่ก็ทำให้พาลคิดไปถึงงานล่าสุดของ Anathema ที่พี่แว่นโปรดิวซ์ด้วยเหมือนกัน) ส่วนเปียโนนั้นก็จะคอยสอดเมโลดี้เพราะเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง ส่วนภาคริทึ่มของเบสและกลองนั้นแลจะเร่งจังหวะขึ้นมาเล็กน้อย สังเกตได้ว่าอัลบั้มนี้จะมีบางเพลงที่มีเทมโปเร็วกว่าเพลงอื่นๆ อาทิ Oxygen เป็นต้น ซึ่งเพลงนี้เองก็ได้โปรดิวเซอร์ชื่อดังอย่างเทรเวอร์ ฮอร์นมาร่วมงานด้วย แต่ก็ยังคอยโอบอุ้มในทุกๆส่วนของตัวดนตรีเช่นเดิม ส่วนเรื่องการร้องเพลงนั้นพี่แว่นได้ร้องมากกว่าพอควร แม้เพลงเกือบทั้งหมดอวิฟจะเป็นคนแต่งก็ตาม แต่เมื่อถึงเวลาที่รายหลังร้อง เขาก็ทำหน้าที่ได้ดีเช่นกัน
สุ้มเสียงโดยรวมของอัลบั้มนี้ถือว่ามีความสว่างมากกว่าเดิมพอสมควร เนื่องด้วยเสียงเครื่องสายของคีย์บอร์ดที่มีมาให้ฟังกันตลอดทั้งอัลบั้ม แต่ก็มีเพลงหม่นๆเหงาๆบ้าง อย่าง Dissolving With the Night ที่ค่อยๆขึ้นมาทีละชิ้นและค่อยมาพีคเอาช่วงท้ายๆของเพลง และก็มี Rising of the Tide ที่น่าจะเป็นเพลงที่น่าจะไพเราะและงดงามที่สุดในอัลบั้มก็น่าจะเป็นได้ (อันนี้จากความคิดของผมนะครับ ส่วนท่านอื่นๆชอบเพลงไหนก็แล้วแต่หูจะตัดสิน) และเนื้อหาของเพลงนี้ก็เรียกว่าเป็นเพลงที่ให้กำลังใจผู้ที่กำลังท้อแท้ได้อย่างดีทีเดียว อีกหนึ่งเพลงเด่นในอัลบั้ม Blood ที่มีอิทธิพลของทำนองพื้นเมืองเข้ามาเล็กน้อยพอเป็นน้ำจิ้ม และร้องกันแค่ประโยคเดียวคือ Here comes the blood… ยาวไปจนจบ ส่วน Zigota นั้นเดิมทีเป็นเพลงของอวิฟที่แต่งไว้ก่อนแล้วด้วยภาษาฮิบรู ซึ่งภายหลังก็ได้นำมาแปลและเรียบเรียงใหม่เพื่อนำมาใส่ในงานชุดนี้ โดยเพลงนี้จะให้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับบางเพลงในชุดก่อนๆอยู่พอควร แต่มีการเร่งจังหวะเอาช่วงท้ายเพลง ซึ่งก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากนัก ส่วน Waving ที่เป็นซิงเกิ้ล และเป็นเพลงเดียวที่พี่แว่นแต่งนั้น แลจะโดดจากเพลงอื่นไปนิด และน่าจะเอาไปลงงานเดียวของตัวเองมากกว่าที่จะมาลงชุดนี้
แม้งานชุดนี้ซึ่งเป็นชุดที่สามของ Blackfield ดูสว่างขึ้นก็จริงอยู่ พวกเขาก็ยังรักษามาตรฐานไว้เช่นเดิม แต่บางเพลงก็ทำให้รู้สึกว่างานของพวกเขาดร็อปลงไปนิดหน่อย อย่างไรก็ตาม งานชุดนี้ก็น่าจะทำให้แฟนๆได้หายคิดถึงพี่แว่นกับอวิฟได้บ้างไม่มากก็น้อย ก่อนที่พี่แว่นจะออกงานเดี่ยวชุดที่สองในปลายปีนี้
Rating: 8/10
เพลงตัวอย่าง: Rising of the Tide
บทความจาก Fog


