Bands - Carcass
Genre - Grindcore,Goregrind, Death Metal,Melodic Death Metal
Country - England

หากกล่าวถึงในแวดวง Grindcore แล้วหัวหอกแห่งวงกาลนี้ คงไม่พ้น Napalm Death และ Carcass เป็นแน่แท้ ด้วย1ในสมาชิกของ Carcass เอง เคยอยู่ในวง Napalm Death นั่นก็คือ Bill Steer  นั่นเอง แต่ภายหลัง Bill Steer แยกตัวออกมาทำวง Carcass เอง หากกล่าวว่า2วงนี้คล้ายคลึงกันหรือไม่คงต้องบอกว่าไม่เลยทั้งหมด
Carcass ผู้ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่ง Grindcore ก่อตั้งวงในปี 1985 โดย Bill Steer ขุนขวานพร้อมกับ Ken Owen มือกลอง แรกเริ่มฟอร์มวงในชื่อ Disattack หลังจากออกเดโมในนาม A Bomb Drops ในปี1986 หลังจากนั้นไม่นาน Paul (มือเบส) และ Andrew Pek (กระบอกเสียง) ได้ออกจากวงไปแต่ก็ได้ Sanjiv มารับหน้าที่ร้องนำ และยังได้  Jeff Walker จากวง Electro Hippies(crust punk/thrashcore) มาเล่นในตำแน่งมือเบสแทน ซึ่งในขณะนั้นเอง Bill Steer ได้เข้าร่วมวงกับ  Napalm Death แทนตำแหน่งของ Justin Broadrick ในช่วงทำอัลบัม Scum ซึ่งปกผลงานชุดนี้ก็ยังได้ Jeff Walker เป็นผู้ออกแบบอีกด้วย

 

 

Disattack ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Carcass เมื่อเดือน เมษายน 1987  จากนั้นจึงได้บันทึกเสียงเดโมในนาม  Flesh Ripping Sonic Torment ซึ่งเสียงร้องในเดโมชุดนี้ก็ยังคงเป็น  Sanjiv อยู่ ซึ่งไม่นานนักก็ได้ลาออกจากวงไป ทำให้ Walker, Steer และ Owens ต้องแบ่งหน้าที่ร้องกันในการบันทึกเสียงอัลบั้มเต็มชุดแรก Reek of Putrefaction โดยใช้สตูดิโอเล็กๆแห่งหนึ่งในเมือง Birmingham ซึ่งใช้เวลาบันทึกเสียงเพียง4วันเท่านั้น หลังจากนั้นจึงได้เปิดตัวอัลบั้ม  Reek of Putrefaction ในปี1988 โดยทาง  Earache Records แม้ทางวงเองจะยังไม่ค่อยพอใจในผลงานชุดนี้เท่าที่ควร แต่ผลงานชุดนี้กลับกลายเป็นผลงานที่ชื่นชอบของ John Peel แห่ง คลื่น  BBC Radio 1 ซึ่งในผลงานชุดนี้เองสามารถไต่อันดับไปได้ถึงอันดับที่ #6 ใน UK Indie Chart รวมถึงได้สัมภาษณ์ลงสื่ออังกฤษชื่อดังอย่าง The Observer อีกด้วย ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่ในอัลบั้มชุดนี้ก็ไม่พ้นเรื่องตับไตไส้พุง ทำให้ผลงานในชุดนี้ยังไดนิยาม แตกขยายสัดส่วนไปถึง Goregrind ได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งเนื้อหาส่วนใหญ่ก็ใช่ว่าจะเข้าถึงได้ง่ายนักเพราะศัพท์ส่วนใหญ่ที่ใช้จะเกี่ยวข้องกับทางด้านการแพทย์อีกด้วย นัยหนึ่งก็มาจากเพราะว่า  Jeff Walkers มีพี่สาวเรียนเกี่ยวกับด้านการแพทย์ทำให้ ตัวของ Jeff Walkers จึงได้ค้นคว่าเรื่องพวกนี้จากหนังสือของพี่สาวอีกทางหนึ่งเพื่อใช้ในการเขียนเนื้อหาของเพลงนั่นเอง จนก่อเกิดเป็นเอกลักณ์ของวงไปโดยปริยาย

 

ผลงานชุดแรก Reek of Putrefaction

ผลงานในชุดต่อมาคือ Symphonies of Sickness(1989) อัลบั้มเต็มชุดที่2 ทางวงจึงได้เพิ่มสัดส่วนดนตรีของ Death Metal เข้ามาเสริม รวมถึงการบันทึกเสียงผลงานชุดนี้ยังได้ Producer มือฉมังนาม Colin Richardson มานั่งแท่งกุมบังเหียรอีกจึงทำให้ซาวด์ที่ได้มีความคมชัดยิ่งขึ้น และสิ่งที่ทำให้ต่างจากผลงานชุดแรกคือ แต่ละเพลงจะมีความยาวมากขึ้น การลดความเร็วของริฟท์กีตาร์ลง ชุดนี้เสียงร้องของ Jeff เริ่มแสดงความโดดเด่นมากขึ้น  Ken Owen ก็เปลี่ยนสไตล์กลองสมบูรณ์มากขึ้น แต่โดยรวมก็ยังคงความโหดระดับลากไส้อยู่ดี  หลังจากนั้นทางวงจึงได้ออกทัวร์สนับสนุนอัลบั้ม ซึ่งไม่นานนักทางวงจึงเห็นสมควร์ว่าน่าจะเพิ่มตำอหน่งมือกีต้าร์อีก1ตำแหน่ง จึงได้ดึงตัว  Michael Amott จากวงCarnage มาเสริมทัพ  ทำให้วงสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ผลงานชุดSymphonies of Sickness(1989)

Necroticism – Descanting the Insalubrious(1991) ผลงานลำดับที่3ของวง จึงได้แสดงถึงองค์ประกอบต่างๆที่ซับซ้อนมากขึ้นและดียิ่งขึ้นซึ่งรวมถึงการมีส่วนร่วมที่มากขึ้นของ Amott ด้วยแต่ Steer ก็ยังคงยึดหน้าที่กีต้าร์ริธึมทั้งหมด ส่วนหน้าที่กีต้าร์หลีดเป็นของ Amott ซึ่งอัลบั้มชุดนี้ถือว่าเป็นคอนเส็ปท์อัลบั้ม โดยหลายๆแทร็คจะบรรยายถึงการชำแหละศพได้อย่างถึงพริกถึงขิง ระดับหมอพรทิพย์มาเองเลย ซึ่งซาวด์ในชุดนี้เองทางวงได้สลัดคราบของ Grindcore ทิ้งไปหันมาคบกับ Death Metal อย่างเต็มตัวแต่ก็ใช่ว่าจะเล่นในแบบของ Death Metal ที่มีอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป เพราะ Carcass ยังไงก็ยังคงมีความเป็นตัวของตัวเองสูงอีกทั้งยังซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งซาวด์ส่วนใหญ่ในอัลบั้มยังเอนเอียงเข้าคบหากับ Progressive อีกด้วย ซึ่งหลังจากผลงานชุดนี้คลอดมาทางวงก็ได้ออกทัวร์สนับสนุนผลงานชุดนี้อย่างหนักอีกทั้งยัง ได้ร่วมทัวร์ ‘Gods of Grind’ ของทางค่ายEarache ซึ่งก็มีทั้ง  Cathedral, Entombed และConfessor ร่วมด้วย ซึ่งตระเวณไปตามแถบยุโรปและอเมริกา แถบเอเชียหมดสิทธิ์ได้ดูเช่นเคย

Necroticism - Descanting the Insalubrious(1991)

ล่วงเข้าสู่ผลงานลำดับที่4ของวงคือ Heartwork(1993) ซึ่งออกวางในปี 1993 ซึ่งผลงานในชุดนี้ได้หันหลังให้กับซาวด์ Grindcore อย่างชัดเจน เพราะวงได้หันเข้าหาซาวด์ในแบบ Melodic Death metal มากขึ้นทำให้ความโหดในยุคแรกๆหายไปเยอะ แต่มันก็ถูกทดแทนด้วยริฟท์และโน้ตสวยๆของ Amott  ซึ่งคงปฏิเสธเพลงอย่าง Heartwork, Carnal Forge หรือแม้แต่ This Mortal Coil ที่สุดมันส์ไม่ได้ ซึ่งผลงานในชุดนี้ก็ยังถูกจัดเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ดีที่สุดในแนว Melodic Death Metal อยู่ดี หลังจากผลงานชุดนี้ออกได้ไม่นาน  Michael Amott ก็ได้ออกจากวงไปตั้งวง Spiritual Beggars ขึ้นมา

Carcass_Heartwork

มาถึงผลงานลำดับสุดท้ายของวงคือ Swansong ซึ่งผันตัวเองเข้าสู่ซาวด์ในแบบ Melodic death Metal อย่างเต็มภาคภูมซึ่งซาวด์เดิมๆในแบบ Grindcore หายไปหมดแบบไม่เหลือร่องรอย ซึ่งทำให้กลุ่มแฟนเพลงดั้งเดิมของวงถึงกับเบือนหน้าหนีไปหมด แต่ก็ยังคงได้กลุ่มแฟนเพลงใหม่ๆซึ่งหลงไหลซาวด์แบบนี้เพิ่มขึ้นมาแทน ซึ่งผลงานชุดนี้ก็ยังคงสามารถไต่ชาร์ตได้ถึงอันดับ 46 บน  Billboard’s Heatseakers chart ซึ่งมือกีต้าร์ที่มารับหน้าที่ต่อจาก Amott ก็คือ Carlo Regadas สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาในอัลบั้มชุดนี้คือทางวงได้นำเอาซาวด์ในแบบ Doom เข้ามาเพิ่มสีสันในผลงานชุดนี้อีกด้วย ซึ่งเห็นชัดๆในเพลง Don’t Believe a Word แม้ผลงานชุดนี้จะประสบความสำเร็จในด้านยอดขายแต่ตัวของ Jeff ยังเคยเปรยว่า มันก็ถือว่าเป็นอัลบั้มที่ไม่น่าจดจำที่สุดในนามของ Carcass และหลังจากผลงานชุดนี้ออกได้ไม่นาน พอจบทัวร์ทางวงจึงทำการยุติบทบาทในนามของ Carcass ลง ซึ่งOwen, Walker และ Regadas ผผันตัวมาทำวงที่ชื่อ  Blackstar ซึ่งเล่นในแนว Heavy Metal และยังได้ดึงเอา Mark Griffiths จาก Cathedral มาเล่นกีตาร์ให้อีกด้วย ส่วนMichael Amott ก็ยังคงไปได้สวยกับ  Spiritual Beggars และ  Arch Enemy

Swansong

 

แม้จะห่างหายไปนานกับชื่อของ Carcass แต่เมื่อปี 2007 ทางวงจึงได้ Reunion ในนามของ Carcass อีกครั้งเพราะทนเสียงเรียกร้องของแฟนๆไม่ไหว ซึ่งวงเองก็ได้เล่นในเทศกาลใหญ่ๆมากมายไม่ว่าจะเป็น Wacken Open Air หรือแม้กระทั่ง Tuska Open Air Metal Festival แต่ทางวงก็คงไม่กลับมาทำอัลบัมใหม่ในนามของ Carcass อีกเป็นแน่เพราะสมาชิกแต่ละคนก็ล้วนแต่มีงานชุกกันอยู่แล้ว ถือว่าเป็นการปิดฉากตำนานอันยิ่งใหญ่ของสุดยอด Grindcore นาม Carcass

สมาชิก
Current membersBill Steer – lead guitar, vocals (1985–present)
Jeff Walker – vocals, bass guitar (1986–present)
Michael Amott – lead guitar (1990–1993, 2007–present)
Daniel Erlandsson – drums (2007–present)
Ken Owen – drums, studio vocals (1985–1996)
Carlo Regadas – lead guitar (1995-1996)
Mike Hickey – lead guitar (1993-1995)
Sanjiv – vocals (1985–1986)

ผลงาน
Reek of Putrefaction (Earache, 1988)
Symphonies of Sickness (Earache, 1989)
Necroticism – Descanting the Insalubrious (Earache, 1991)
Heartwork (Earache, 1993)
Swansong (Earache, 1996)
ตัวอย่างเพลง Reek of Putrefaction

Corporeal Jigsore Quandary

แปลและเรียบเรียงโดย Anakin323
ขอบคุณข้อมูลจาก Wikipedia.org