Band – Static-x
Genre – Industrial metal, groove metal, nu metal
Contry – USA

หากย้อนกลับไปยังยุครุ่งเรื่อง Nu Metal ครองเมืองเอ่ยชื่อแต่ละวงขึ้นมานั้นคงจะเอ่ยได้ไม่หมด ไม่ว่าจะเป็นหัวหอกอย่าง KORN หรือแม้แต่ Limp Bizkit แต่ถ้าพูดถึงซาวด์แบบ Industrial Metal ที่เอามาผสมแล้ว คงไม่พ้นวง Static X โดยการนำของนักร้องและมือกีต้าร์ผมทรงรังนกอย่าง Wayne Static ซึ่งทุกวันนี้ผมยังคงเอกลักษณ์เช่นเดิม สงสัยจะหมดเยลไปหลายขวด Static X นั้นเป็นวง Industrial Metal โดยมีซาวด์ที่มีจุดเด่น ไม่ว่าจะเป็นริฟท์อันหนักหน่วงในแบบเฮฟวี่และใช้ดิสทอชั่นอันดิบเถื่อน เสียงร้องอันเกรี้ยวกราดผสมกับซาวด์คีย์บอร์ดอิเล็กทรอนิกส์ โดยทางวงได้นิยามซาวด์ขิงตัวเองว่าเป็น ดิสโก้ ปีศาจ (Evil Disco) แม่วงจะเกิดในช่วง Nu Metal รุ่งเรืองจนวงถูกนำไปติกยี่ห้อว่าอยู่ในแนวทางนั้น แต่ซาวด์แท้จริงนั้นเป็นแบบเมทัลเต็มๆ

ออกทะเลไปนิดกลับเข้าเรื่องดีกว่า Static X นั้นก่อตั้งวงในปี1994 หลังจากที่ Wayne Static และ Ken Jay’s แยกวงจาก Deep Blue Dream ที่ร่วมกันก่อตั้งขึ้นมา ทั้งสองได้เจอกันอีกครั้งที่ Chicago record store ซึ่ง Jay ทำงานอยู่ที่นั่น และได้แนะนำหนึ่งในผู้ก่อตั้งวงอัลเทอร์เนทิฟชื่อดัง Smashing Pumpkins นั่นคือพี่โล้น Billy Corgan เจ้าของฉายา ตั้งวงไหน ลูกทีมหายหมด555 ไม่นานนัก Static และ Jay จึงได้พากันไปร่วมเล่นกับวงเมทัลจากชิคาโก้ Stygian และร่วมบันทึกเสียงเดโม ภายใต้ชื่อวง Drill จากนั้นจึงได้กลับไป LA อีกครั้งที่หาสมาชิกมาทำวงใหม่ จนได้เจอกับมือเบสคือ Tony Campos และ มือกีต้าร์ Koichi Fukuda(เฮ้ย เป็นอะไรกับเคียวโกะ ฟะ) จนทำให้เกิดเป็นวงที่สมบูรณ์ขึ้น จนทำให้ทุกคนตั้งชื่ออัลบั้มแรกและชื่อวงของพวกเขาว่า Wisconsin Death Trip แต่ด้วยความที่คิดว่ามันยาวไป จึงตั้งชื่อวงสั้นๆว่า Static X

Wisconsin Death Trip
ไม่นานนัก Static X ก็ได้เซ็นต์สัญญากับทาง Warner Bros. Recordsในช่วงต้นปี 1998 และผลงานชุดแรกของวง Wisconsin Death Trip ก็ถูกนำออกวางจำหน่ายในวันที่ 23 มีนาคม 1999 หลังจากนั้น วงจึงได้ปล่อยซิงเกิลแรกคือ “Push It”(ซึ่งเพลงนี้ยังได้ร่วมงานกับเจ้าพ่อ Electro House Musicนาม Mephisto Odyssey) ตามมาด้วย “I’m with Stupid” และ “Bled for Days” ในปี2000 จางนั้นทางวงจึงได้ออกทัวร์สนับสนุนอัลบั้ม จนได้ร่วมทัวร์กับผีหมูใน Ozzfest จนชื่อเสียงเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ในปี2001 ผลงานขายดีจนจนได้รับแพลตินัม ถือเป็นความสำเร็จของวงเลยทีเดียว หนำซ้ำเพลงของวงยังถูกนำไปประกอบในเกมส์อีกหลายๆเกมส์ เช่น “Otsegolation” นำไปใช้ประกอบซาวด์แทร็คในเกมส์เพลย์สเตชั่น คือเกมส์Omega Boost เพลง”The Only” นำไปใช้ในเกมส์ “Need for Speed Underground” เป็นต้น

หลังจากนั้นวงจึงได้เริ่มบันทึกเสียงผลงานลำดับต่อมาคือ Machine และ Koichi Fukuda ได้ออกจากวงไปเพื่อต้องการให้เวลากับแฟนสาว และต้องการไล่ตามความฝันทางดนตรีของตัวเอง ซึ่งเพลงที่ Fukuda เล่นคีย์บอร์ดไว้คือ “Otsego Undead” นั้นยังถูกนำไปประกอบหนังเรื่อง Dracula 2000 อีกด้วย ตำแหน่งของ Fukada จึงถูกแทนที่โดย ผู้ก่อตั้งวง Dope นั่นก็คือ Tripp Eisen อัลบั้ม Machine ออกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2001ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับดีเช่นเคย ต่อจากชุดที่แล้วไม่นาน วงจึงเริ่มทำผลงานลำดับที่3 คือ Shadow Zone ซึ่งในผลงานชุดนี้ Eisenยังได้มีส่วนร่วมในการเขียนเพลงอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่วงจะเริ่มบันทึกเสียงนั้นเอง Ken Jay ก็ออกไปจากวงอีกคน เนื่องจากความเห็นต่างทางดนตรี ทางวงจึงต้องใช้บริการของ Josh Freese แห่งวง A Perfect Circle และ The Vandals ภายหลังจึงได้ Nick Oshiro หนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งวง Seether มารับตำแหน่งแทาน Jay อย่างถาวร
ซึ่งในกระบวนการผลิตผลงานชุดนี้ ขณะนั้นเอง Jonathan Davis แห่งวง Korn ได้ติดต่อให้ Wayne Static ร่วมบันทึกเสียงร้องในเพลงที่เขียนให้นำไปประกอบซาวด์แทร็คของหนังเรื่อง Queen of the Damned นั่นก็คือเพลง “Not Meant for Me”อข้ามมาที่อัลบั้ม Shadow Zone ผลงานชุดนี้ออกวางจำหน่าย วันที่ 7 ตุลาคม 2003 หลังจากนั้นก็ได้รีบการติดต่อเอาเพลง “This Is Not” จากอัลบั้ม Machine ไปประกอบในเกมส์ Shaun Palmer’s Pro Snowboarder และ “The Only” เอาไปใช้ในเกมส์ Need for Speed: Underground เช่นเคย

Shadow Zone
ทิ้งช่วงไปเป็นเวลากว่า1ปี วงได้เข็นผลงานรวมเพลงเดโม และเพลงที่ไม่ได้รวมในอัลบั้มต่างๆออกมา ในช่วง กรกฎาคม 2004 นั่นก็คือ Beneath… Between… Beyond… และไม่นานวงจึงได้เริ่มทำผลงานลำดับที่4 คือ Start a War ในเดือนกุมภาพันธ์ 2005 Tripp Eisen ถูกจับกุมในข้อหาพรากผู้เยาว์ วงจึงต้องยุติบทบาทของ Eisen และได้ Koichi Fukuda กลับมาร่วมวงอีกครั้ง ถือเป็นการเติมเต็มให้กับวงอีกครั้งหลังจาก Eisen ออกไป Start a War เสร็จสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2005 “I’m the One” และ “Dirthouse” เป็น2ซิงเกิลที่ถูกปล่อยออกมาชิมลาง และเพลง “Skinnyman” ก็ถูกนำไปประกอบซาวด์แทร็คของเกมส์ Need For Speed: Most Wanted รวมไปถึงเพลง “Start a War”ยังลามไปถึงวงกาลมวยปล้ำ WWE SmackDown! vs. Raw 2006 อีกด้วย

Cannibal ผลงานลำดับที่5 ของวงถูกเข็นออกมา วันที่3 เมษายน 2007 ถือเป็นอัลบั้มต้อนรับการกลับมาของ Koichi Fukuda มือกีต้าร์ยุคแรกเริ่ม ซึ่งหนึ่งในเพลงของงานชุดนี้คือ “No Submission” ได้ถูกนำไปประกอบในซาวด์แทร็คหนังรักโรแมนติก Saw III (บ้าไปแล้ว555) ซึ่งเพลงทั้งหมดของงานชุดนี้ยังนำไปให้ทดลองฟังใน My Space ของวงอีกด้วย รวมถึงเพลงในอัลบั้มนี้ยังขายในแบบ Digital Download ทาง Itune’s อีกด้วย “Destroyer” เป็นซิงเกิลเปิดตัวทางวิทยุ ไม่นานนักจึงมี MV ออกมาให้ได้ยลโฉม รวมไปถึงผลงานยังสมามารถไต่อันดับไปถึง 36 ใน U.S.โดยยอดขายได้มากกว่า 30,000 ชุด ท่อนคลอรัสของเพลง “Destroyer” ยังนำไปใช้โฆษนาเกมส์แฟรนไชส์ WWE ใน, Smackdown vs. Raw 2008 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2007 Tony Campos ได้รับเกียรตฺให้ออกทัวร์ร่วมกับวง Industail ในตำนาน Ministry ในฐานะมือเบส กับทัวร์ชื่อว่า Ministry’s C U LaTour หลังจากที่ Paul Raven’s เสียชีวิต

วงได้เริ่มทำผลงานลำดับที่6 ของวงคือ Cult of Static ในเดือนมกราคม 2008 หลังจากกลับจากทัวร์คอนเสิร์ต Operation Annihilation tour ในออสเตรเลีย วงได้ทิ้งข้อความบอกแฟนในเวบบอร์ดของวง ว่าซาวด์ของผลงานชุดใหม่จะกลับไปเหมือนผลงานในชุด Wisconsin Death Trip อีกครั้งแต่อย่างไรก็ตามก็ยังคงมีความหนักหน่วงเช่มเดิม วันที่ 14 ตุลาคม 2008 วงได้คลอด CD/DVD บันทึกการแสดงสด Cannibal Killers Live ออกมาให้แฟนๆไปยล 11 ธันวาคม 2008 Wayne Static ได้ออกมาคอนเฟิร์มผลงานชุดให้ให้กับแฟนๆได้ทราบว่า ผลงานชุดนี้จะออกวางจำหน่ายในวันที่ 17 มีนาคม โดยใช้ชื่อว่า Cult of Static ซึ่ง Cult ในที่นี่มิได้หมายความถึงลัทธิและศาสนาใดๆทั้งสิ้นนะจ๊ะ แต่หมายฟามแว่ ผมให้ความเคารพและจงรักภักดีต่อแควนๆที่สนับสนุนผมมาโดยตลอด โดยผมสนองแฟนๆด้วยซาวด์ที่หม่นมืดหนักหน่วงกว่าผลงานชุด Cannibal มีทั้งซินท์และท่อนลูปให้สะใจไปเยย หลังจากผลงานชุดนี้ออกมาสามารถไต่ Billboard 200 ไปได้ถึงลำดับที่ 16 เลยทีเดียว เพลง “Lunatic” ถูกนำไปเป็นซาวด์แทร็คประกอบหนังเรื่อง Punisher: War Zone ในปี2009 วงได้รับเชิญให้ร่วม Download Festival และถือว่าเป็นครั้งแรกที่ได้ปรากฏตัวในงาน Rock on the Range
หลังจบทัวร์ในออสเตรเลีย ปี2009 Wayne Static ประกาศว่าเขาจะเริ่มโฟกัสไปที่ไซด์โปรเจ็คของเขาบ้างคือ Pighammer และในปี 2010 Koichi Fukuda ได้เข้าร่วมกับวง industrial metal/ambient ชื่อว่า Drugstore Fanatics
Wayne Static เปิดเผยว่า Tony Campos ได้ออกจากวงแล้วและไปเล่นกับวง Soulfly
Wayne Static ได้รอบรับเข้าร่วมเทศการดนตรี Graspop Metal Meeting โดยปรากฏตัวในวง Pighammer ไซด์โปรเจ็คของพี่แกนั่นเอง และภายหลังได้มีผลงานชุดแรกของวงชื่อว่า Pighammer ซึ่งวางแผงเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2011

Cult of Static
สมาชิก
สมาชิกปัจจุบัน
Wayne Static – lead vocals, rhythm guitars, keyboards, programming (1994–present)
Koichi Fukuda – lead guitars (1994–2000, 2005–present)
Nick Oshiro – drums, percussion (2003–present)
ยุคก่อตั้ง
Ken Jay – drums, percussion (1994–2002)
Tripp Eisen – lead guitars (2001–2005)
Tony Campos – bass, backing vocals (1994–2010)
Session
Josh Freese – drums, percussion (Shadow Zone)
.
ผลงาน
Wisconsin Death Trip (1999)
Machine (2001)
Shadow Zone (2003)
Start a War (2005)
Cannibal (2007)
Cult of Static (2009)
เพลง The Only หลายๆท่านน่าจะเคยได้ยินเพลงนี้นะครับ
เรียบเรียงโดย Anakin323
แปลจาก http://en.wikipedia.org


